จะไปเรียนฮอลแลนด์ต้องทำยังไง (checklist)

จะไปเรียนต่างประเทศทั้งทีก็ต้องเตรียมตัวไม่ใช่น้อย ควรจะใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 1 ปี เพื่อให้การไปเรียนต่อที่ฮอลแลนด์ของน้องๆราบรื่นและสะดวกสบาย ลองเช็คดูตามลิสท์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

คลิกด้านล่างนี้ เพื่อหาข้อมูลที่เหมาะสมกับน้องๆค่ะ ในกล่องด้านขวามือ น้องๆสามารถโน้ตลงไป เซฟไว้ และเรียกขึ้นมาดูได้ โดยโน้ตที่จดไว้จะโชว์ขึ้นมาทางขวา

ค้นหาโปรแกรมที่จะเรียน

ใช้ Studyfinder ค้นหาโปรแกรมที่น้องอยากเรียน Studyfinder เป็นฐานข้อมูลที่อัพเดทที่สุดที่รวมโปรแกรมการศึกษาต่อในฮอลแลนด์ไว้อย่างครบถ้วนที่สุด

หรือจะลองเข้าไปหาในแผนที่ ว่าทั้งประเทศเนเธอร์แลนด์มีมหาวิทยาลัยไหน อยู่ตรงไหน สอนวิชาอะไรบ้าง

ถ้าเกิดอยากได้คำแนะนำแบบตัวต่อตัว น้องๆสามารถเข้ามาติดต่อกับพี่ๆที่ นัฟฟิคเนโซ ซึ่งจะสามารถให้คำปรึกษากับน้องๆได้ละเอียดในเรื่องการเลือกโปรแกรมเรียน และการใช้ชีวิตในฮอลแลนด์ (รวมไปถึงการท่องเที่ยวในยุโรป) จะโทร.มาคุยกันก่อนก็ได้นะคะ ที่ 02-2526088 หรือ เฟซบุค NufficNesoThailand

คุณภาพการศึกษาของฮอลแลนด์นั้นดีเยี่ยมระดับโลก สอนให้นักเรียนคิดเป็น และทำเป็น ไม่ใช่แค่ท่องจำ คนดัชท์ก็เป็นคนฉลาด ลองหาดูได้จากนวัตกรรมด้านต่างๆ หรือดูจากจำนวนสิทธิบัตรที่จดขึ้นจากคนดัชท์ จะเห็นได้ว่าคนดัชท์คิดอะไรใหม่ๆได้เยอะมาก ถ้าเราได้ไปอยู่ในสังคมเดียวกับเค้า ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เค้าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราเก่งขึ้นได้มาก

ก่อนจะเลือกว่าจะไปเรียนที่สถาบันไหน ขอให้น้องๆตรวจสอบว่า สถาบันนั้นๆได้เซ็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหรือไม่ ข้อตกลงความร่วมมือนี้ เป็นการันตีที่จะบอกน้องๆว่า มหาวิทยาลัยแห่งนั้นมีโปรแกรมการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน การคัดเลือกนักศึกษามีความโปร่งใสและเท่าเทียม การให้ข้อมูลแก่นักศึกษาต่างชาติมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน

มหาวิทยาลัยที่เซ็นข้อตกลงความร่วมมือเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์รับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนได้ สบายใจขึ้นเลยใช่ไม๊คะ

ทุนการศึกษา

การไปเรียนเมืองนอกต้องใช้เงินเยอะ อันนั้นใครๆก็รู้ เพราะฉะนั้นน้องๆจึงควรรีบหาทุนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยสามารถเริ่มค้นหาได้จาก Grantfinder.nl จริงๆแล้วแหล่งทุนสำหรับไปเรียนต่อเนเธอร์แลนด์มี 5 แหล่งใหญ่ๆ ได้แก่

1. ทุนรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ NFP

2. ทุนจากมหาวิทยาลัยเนเธอร์แลนด์

3. ทุนจากรัฐบาลไทย ทุนก.พ.

4. ทุนจากองค์กรหรือสถาบันวิจัยอื่นๆ

5. ทุนจากบริษัท หรือหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งไทยและต่างชาติ

คุณสมบัติผู้สมัคร และการสมัครเข้าเรียนต่อ

พอเลือกวิชาที่อยากเรียนได้แล้ว ก็ให้เข้าไปดูคุณสมบัติผู้สมัครของแต่ละคณะ ถ้าดูคุณสมบัติแล้วว่าสามารถสมัครได้ ก็ให้ทำการสมัครออนไลน์ได้เลยที่เว็บไซท์ของคณะและมหาวิทยาลัยนั้นๆ ในกรณีที่คุณสมบัติอาจจะขาดไปบ้างนิดหน่อย ถือว่าให้น้องๆลองสมัครดู (ถ้าหากไม่มีค่าสมัคร)

ข้อสำคัญคือภาษาอังกฤษ น้องๆควรจะสามารถ ฟัง พูด อ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีแล้ว เพื่อให้การศึกษาในประเทศฮอลแลนด์เป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อเตรียมเอกสารและส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้รอหน่อยค่ะ อาจใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 1 เดือน

(ในบางมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ต้องเสียค่าสมัคร โดยปกติประมาณ 100 ยูโร แนะนำว่าให้จ่ายผ่านบัตรเครดิตนะคะ โดยที่หากน้องได้รับการตอบรับ ทางมหาวิทยาลัยจะคืนค่าสมัครให้ภายหลังค่ะ)

วีซ่า

หากได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยแล้ว ก็จะต้องทำการขอวีซ่านักเรียน (เฉพาะในกรณีที่ไปเรียนระยะเวลานานกว่า 3 เดือน ถ้าสั้นกว่า 3 เดือนสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวตามปกติ)

การขอวีซ่านั้นทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการให้เมื่อทางน้องๆตอบตกลงไปเรียนกับมหาวิทยาลัยแล้ว (โดยโอนเงินค่าเล่าเรียนไป หรือแสดงหลักฐานผู้สนับสนุนทุนการศึกษา) มหาวิทยาลัยจะส่งเอกสารมาให้กรอกเพิ่มเติม เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของเนเธอร์แลนด์ที่เรียกว่า IND เนื่องจากเอกสารส่วนมาก น้องได้ส่งไปให้มหาวิทยาลัยแล้วตอนที่สมัคร เอกสารช่วงหลังเพิ่มเติมเพื่อขอวีซ่าจึงจะมีแค่หลักฐานการตรวจสุขภาพ ใบรับรองประวัติความประพฤติ และรูปถ่ายเท่านั้น รูปถ่ายมีกฏเกณฑ์ค่อนข้างละเอียดให้ดูดีๆด้วยนะคะ

วีซ่าที่น้องทำการขอไป จะมี 2 ส่วน ส่วนแรก เรียกว่า MVV วีซ่า เป็นวีซ่าเพื่อการเข้าไปอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในระยะยาวกว่า 3 เดือน และส่วนที่ 2 คือ Residence permit หรือใบอนุญาตพำนักอาศัย ทั้ง 2 ส่วนทำงานต่างกันคือ MVV เป็นสติ๊กเก้ออยู่ในหนังสือเดินทางใช้เข้าประเทศ และเมื่อเข้าไปแล้วจึงจะไปรับ residence permit ซึ่งเป็นการ์ดแข็ง และใช้งานเหมือนบัตรประจำตัวประชาชน โดยสามารถใช้เดินทางในยุโรป ในเขตเชงเก้นได้ 26 ประเทศ เหมือนกับเป็นประชาชนยุโรปคนหนึ่ง

ระยะเวลาที่ใช้ทำวีซ่า ประมาณ 1 เดือน ค่าวีซ่า 300 ยูโร

ประกันสุขภาพของนักเรียน

นักเรียนไทยทุกคนที่พำนักอยู่ในเนเธอร์แลนด์ จะต้องทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมช่วงเวลาที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์

นัฟฟิค เนโซ ขอแนะนำให้นักเรียนไทยซื้อประกันภัยจากบริษัทที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์ และมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทำประกันภัยให้แก่นักเรียนต่างชาติ เนื่องจากจะทำการเคลมประกันได้สะดวก

 

หาบ้าน

เมื่อดำเนินการเรื่องวีซ่าเสร็จแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็จะเป็นผู้จัดการหาที่พักให้ด้วย บางมหาวิทยาลัยมีที่พักอยู่ในแคมปัส แต่โดยส่วนมากจะไม่มี มหาวิทยาลัยจะเป็นตัวกลางดำเนินเรื่องกับนายหน้าหาที่พักที่ใกล้มหาวิทยาลัย โดยน้องๆจะมีตัวเลือกลักษณะของห้อง (ขนาด ที่ตั้ง การใช้ห้องน้ำหรือห้องครัวรวม) และราคา โดยปกติอยู่ที่ 300-600 ยูโร

นัฟฟิค เนโซแนะนำว่าควรตอบรับห้องที่ทางมหาวิทยาลัยหาให้ เพราะการหาห้องเองในประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นเรื่องยาก เนื่องจากประเทศมีขนาดเล็กและมีความหนาแน่นของประชากรสูง โดยเฉพาะในเดือนส.ค.-ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่นักเรียนต่างชาติไปถึงเนเธอร์แลนด์เยอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม Housing.

เตรียมตัวออกเดินทาง

ตอนนี้น้องๆได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย จัดการเรื่องวีซ่า โอนเงิน บ้านพักเรียบร้อยแล้วนะคะ ทีนี้ก็ได้เวลาสนุกกันละ

ที่น้องๆอยากทำตอนนี้ก็คือ อาจจะอยากหาเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ก็มีกันตั้งหลายวิธี เช่นหาเพื่อนใน Study in Holland Facebook หรือTwitter. นอกจากนี้ยังมีวีดีโอเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาในฮอลแลนด์ด้วย ที่ YouTube-channel จะได้รู้ว่าตอนไปอยู่ที่นู่นจริงๆเป็นยังไง

หรือจะเอาแบบเป็นตัวหนังสือก็มีนะ Get into the experiences of fellow students.

อย่าลืมมาร่วมงาน Pre Departure Briefing ที่นัฟฟิค เนโซจัดเป็นประจำทุกปีช่วงต้นเดือนกรกฏาคมด้วยนะคะ จะได้มาฟังข้อมูลชีวิตความเป็นอยู่ที่จำเป็นอื่นๆ พร้อมกับได้เจอเพื่อนๆนักเรียนไทยที่จะไปฮอลแลนด์พร้อมกันด้วย

ขอให้เรียนที่ฮอลแลนด์อย่างสนุกและเต็มไปด้วยคำถามจ้ะ!

 

ถึงฮอลแลนด์แล้ว!

หลังจากถึงฮอลแลนด์แล้วก็ยังมีอะไรต้องทำอีก 2-3 อย่างนะคะ ได้แก่ การไปรายงานตัวที่สำนักงานเขต เหมือนแจ้งย้ายเข้าน่ะค่ะ เราจะได้มีชื่อในทะเบียนบ้านถูกต้องตามกฏหมายดัชท์ การมีชื่อในทะเบียนบ้านสำคัญมาก เพราะต้องใช้เป็นที่อยู่ในการส่งไปรษณีย์สำหรับเอกสารทางการหลายอย่าง เช่น เอกสารสำคัญของมหาวิทยาลัยจะส่งมาให้ทางไปรษณีย์ เอกสารจาก IND หรือไม่ก็ใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์

และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องใช้เอกสาร ว่าชื่อเราจดทะเบียนอยู่ที่ไหน เพื่อไปเปิดบัญชีธนาคารค่ะ

โดยปกติทางมหาวิทยาลัยจะจัดการวัน Orientation Day หรือวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต จากธนาคาร และหน่วยงานอื่นๆ มาที่มหาวิทยาลัย เพื่อนักศึกษาทุกคนจะได้ทำการลงทะเบียนทุกอย่างภายในวันเดียวกันเลย เรียกว่า one stop service แต่บางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้อำนวยความสะดวกมากขนาดนั้น ก็ต้องไปตามสถานที่ราชการต่างๆเองนะคะ

หลังจากนั้นก็คงเป็นความสนุกสนานที่รอน้องๆอยู่บนหลังจักรยานแล้วล่ะค่ะ :)